ปัญญาประดิษฐ์ปฏิวัติอุตสาหกรรม: ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในภาคเกษตรกรรม การผลิต และการก่อสร้าง

AI Revolutionizes Industry: Data-Driven Automation Across Agriculture, Manufacturing, and Construction

การบูรณาการ AI ในการเกษตร: ยุคใหม่ของการเกษตรอัจฉริยะ

ภาคเกษตรกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยพลังของ AI ขณะที่เครื่องจักรเกษตรอัตโนมัติ เช่น รถแทรกเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เคยเป็นจุดสนใจในงาน CES ในอดีต การนำเสนอในปีนี้ได้ก้าวไปอีกขั้น แทนที่จะเพียงแค่ทำให้เครื่องจักรทำงานอัตโนมัติ AI ตอนนี้เชื่อมโยงอุปกรณ์ฟาร์มกับข้อมูลสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ปริมาณฝน และสภาพดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การเกษตร

John Deere ผู้นำด้านเครื่องจักรเกษตร ได้แนะนำเทคโนโลยี “Operation Center” ในงาน CES 2026 ระบบนี้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์จากรถแทรกเตอร์อัตโนมัติ เช่น ความเร็ว การใช้น้ำมัน และการใช้งานเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังรวมข้อมูลสิ่งแวดล้อมจากเซ็นเซอร์ที่ตรวจวัดความชื้นในดิน ระดับสารอาหาร การเจริญเติบโตของพืช และระบบชลประทาน AI จะใช้ข้อมูลจำนวนมากนี้เพื่อแนะนำกลยุทธ์การเกษตรที่เหมาะสมที่สุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการจัดการทรัพยากร

Kubota ผู้เล่นสำคัญในอุปกรณ์เกษตร ก็ได้เปิดตัวโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งบริษัทเรียกว่า "Physical AI" โซลูชันนี้เชื่อมโยงเครื่องจักรเกษตรกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลผลิต

นอกจากนี้ สตาร์ทอัพอย่าง Turbincrew จากเกาหลีใต้ ได้สาธิตโซลูชันนวัตกรรม เช่น “Tllat Farm” แพลตฟอร์มนี้ใช้ภาพจากโดรนเพื่อทำนายการระบาดของศัตรูพืช การขาดสารอาหาร และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวด้วยความแม่นยำถึง 92% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการตรวจสอบและจัดการพืชผล สตาร์ทอัพอื่น ๆ เช่น Saepam กำลังใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อติดตามสุขภาพพืช แนวโน้มโรค และความต้องการสารอาหาร ผลักดันเทคโนโลยีเกษตรให้ก้าวหน้า

การเปลี่ยนแปลงการผลิตสู่ศูนย์กลางข้อมูลที่ทรงพลัง

ภาคการผลิตกำลังก้าวสู่อนาคตที่โรงงานทุกแห่งทำงานเป็นเครือข่ายอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันโดยใช้ AI Siemens ได้นำเสนอระบบ “Industrial Edge” ในงาน CES 2026 โดยเน้นว่าโรงงานสามารถทำงานเป็นเครือข่ายอัจฉริยะเดียวกันได้อย่างไร ด้วยการใช้ดิจิทัลทวิน—แบบจำลองเสมือนของสภาพแวดล้อมจริง—ผู้ผลิตสามารถติดตามข้อมูลเรียลไทม์จากอุปกรณ์อุตสาหกรรม AI จะประมวลผลข้อมูลนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำนายความต้องการซ่อมบำรุง และลดเวลาหยุดทำงาน

ตามคำกล่าวของ Roland Busch ซีอีโอของ Siemens “เราจะนำเสนอวิสัยทัศน์ว่า AI ดิจิทัลทวิน และเทคโนโลยีอัตโนมัติ กำลังเปิดยุคใหม่สำหรับการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งอย่างไร” การบูรณาการนี้สร้างกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ข้อมูลเป็นฐาน และยั่งยืนพร้อมขยายตัวได้

ในภาคเครื่องจักรหนัก บริษัทอย่าง Caterpillar กำลังใช้ AI เพื่อพัฒนาเป็น "องค์กรข้อมูล" ซีอีโอ Joe Krtt กล่าวถึงการที่ AI ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยการนำ AI และการเรียนรู้ของเครื่องมาใช้ Caterpillar กำลังเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน ไม่เพียงแต่ในด้านการผลิตสินค้า แต่ยังรวมถึงการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงแก่ลูกค้า

ในขณะเดียวกัน บริษัทเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Qualcomm และ NVIDIA ก็กำลังมีส่วนร่วมในปฏิวัติ AI Qualcomm เปิดตัวชิป Snapdragon 8 Elite 5th Gen ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน “เครือข่าย AI อัจฉริยะ” เครือข่ายนี้เชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ บ้านอัจฉริยะ และยานพาหนะเข้าด้วยกันเป็นระบบอัจฉริยะเดียวกัน แพลตฟอร์ม “Jetson Thor” ของ NVIDIA ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนหุ่นยนต์ โดยมีความสามารถ AI ที่ช่วยให้หุ่นยนต์ตัดสินใจได้เอง เช่น การส่งรถบรรทุกอัตโนมัติ หรือมอบหมายงานให้แขนกล เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายอุตสาหกรรม

บทบาทของ AI ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง: การนิยามใหม่ขององค์กรข้อมูล

อุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งโดยปกติพึ่งพาแรงงานคนและเครื่องจักรหนัก กำลังนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน Caterpillar ผู้นำตลาดอุปกรณ์ก่อสร้าง อยู่แถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้ การบรรยายหลักของ Joe Krtt ในงาน CES 2026 เน้นว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการก่อสร้าง ตั้งแต่การขุดอัตโนมัติ การบำรุงรักษาทำนายล่วงหน้า ไปจนถึงการบริหารโครงการแบบเรียลไทม์

โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้องค์กรก่อสร้างปรับปรุงระยะเวลาการทำโครงการ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยในไซต์งาน โดยการผสาน AI กับเครื่องจักร บริษัทก่อสร้างสามารถทำนายความล้มเหลวของอุปกรณ์ก่อนเกิดเหตุ กำหนดเวลาการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความยั่งยืนในงานก่อสร้างด้วยการลดของเสียและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

เมื่อ AI พัฒนาต่อไป การประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้างน่าจะขยายไปสู่ภารกิจที่ซับซ้อน เช่น การวางแผนเมืองอัจฉริยะและการบริหารไซต์งานอัตโนมัติ

เครือข่าย AI ในการปฏิบัติงาน: ระบบอัจฉริยะในหลายอุตสาหกรรม

ธีมหลักของงาน CES 2026 คือการเปลี่ยนไปสู่เครือข่ายอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชิป Snapdragon ของ Qualcomm ตัวอย่างเช่น ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ ยานพาหนะ และอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะเข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศ AI ที่ไร้รอยต่อ ด้วยการเปิดใช้งานการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระหว่างอุปกรณ์เหล่านี้ ชิป Snapdragon ช่วยให้การตัดสินใจชาญฉลาดขึ้น ตอบสนองรวดเร็วขึ้น และดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน แพลตฟอร์ม Isaac ของ NVIDIA กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โดยเชื่อมต่อหุ่นยนต์และเซ็นเซอร์นับพันเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายอัจฉริยะเดียว ผ่าน Isaac หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจได้เอง เช่น เมื่อใดควรเติมสินค้าในชั้นวาง หรือกำหนดเวลาการบำรุงรักษา จากนั้นสื่อสารการตัดสินใจเหล่านี้ไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่อในเครือข่าย ระดับการเชื่อมต่อและการตัดสินใจนี้เร่งการทำงานอัตโนมัติในอุตสาหกรรมและเปิดโอกาสให้เกิดข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ในหลายอุตสาหกรรม

เมื่อเครือข่าย AI เหล่านี้ซับซ้อนขึ้น พวกมันจะขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น การจัดการพลังงานและการดูแลสุขภาพ ผลักดันขอบเขตของการทำงานอัตโนมัติและการเชื่อมต่อให้กว้างขึ้น

บทสรุป: บทบาทของ AI ในอนาคตของการทำงานอัตโนมัติในอุตสาหกรรม

การบูรณาการ AI ในภาคเกษตรกรรม การผลิต และการก่อสร้าง เป็นก้าวสำคัญในวิวัฒนาการของการทำงานอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ด้วยการเชื่อมต่อเครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายอัจฉริยะ AI กำลังเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ ปรับปรุงการจัดการทรัพยากร และขับเคลื่อนนวัตกรรม ในงาน CES 2026 เห็นได้ชัดว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับการทำงานอัตโนมัติอีกต่อไป แต่เป็นรากฐานของอนาคตอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

เพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อและการแบ่งปันข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อ AI พัฒนาต่อไป มันจะนิยามวิธีการดำเนินงานของอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมเหล่านั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยั่งยืน และปรับตัวได้ดีกับความท้าทายในอนาคต

Show All
Blog posts
Show All
Schneider Electric Upgrades EcoStruxure Foxboro DCS for Next-Generation Industrial Automation
plcdcspro

Schneider Electric Upgrades EcoStruxure Foxboro DCS for Next-Generation Industrial Automation

Schneider Electric has introduced significant enhancements to its EcoStruxure Foxboro DCS platform.
The updates target performance, cybersecurity, and lifecycle flexibility within industrial automation environments.
Moreover, the company aligns these improvements with evolving process industry requirements.
Foxboro DCS has long served as a trusted control system in energy and chemical sectors.

Therefore, this upgrade strengthens Schneider Electric’s position in the global DCS market.
The company focuses on reliability, scalability, and open system integration.

Asisto and Bachmann Power Mammoet’s SK6000 Crane with Advanced Industrial Automation
plcdcspro

Asisto and Bachmann Power Mammoet’s SK6000 Crane with Advanced Industrial Automation

Mammoet’s SK6000 ring crane represents one of the most powerful heavy-lift solutions worldwide.
To support this engineering milestone, Asisto and Bachmann joined forces on the automation architecture.
Moreover, the partners focused on delivering reliable control systems for extreme lifting operations.
The project demonstrates how industrial automation supports modern heavy transport logistics.

The SK6000 handles massive loads in offshore energy and petrochemical construction projects.
Therefore, its control platform must guarantee precision, safety, and operational transparency.

Schneider Electric and ETAP Advance Grid Automation With Physics-Based Digital Twin
plcdcspro

Schneider Electric and ETAP Advance Grid Automation With Physics-Based Digital Twin

Schneider Electric and ETAP jointly introduced a physics-based grid digital twin to support modern power system operations.
Moreover, this collaboration targets utilities and industrial operators managing increasingly complex electrical networks.
As a result, grid planners can model, simulate, and optimize power systems with higher accuracy and confidence.
This development reflects a broader shift from traditional automation toward intelligent, software-driven grid management.